เสถียรธรรมสถาน

การปฎิบัติธรรมคือการไปชำระล้างจิตใจที่ว้าวุ่น หรือสำหรับบางท่านที่ต้องการไปอาศัยความสงบที่วัด แต่ก่อนการไปปฎิบัติธรรมที่วัดนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนเ่่่่
การแต่งกาย

การแต่งกาย

ข้อแรกที่ควรพึงระลึกไว้เสมอว่าการไปปฎิบัติธรรมนั้นคือการเข้าไปใช้บริเวณวัดซึ่งมีกฏระเบียบในการแต่งกายที่เหมาะสม แบะให้เกียตรต่อสถานที่ ควรใช่ชุดที่รัดกุม และมิดชิด โทนสีควรจะเป็นสีขาวล้วน รองเท้าควรเป็นรองเท้าแตะ

ทำตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด

ทำตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด

ก่อนไปเสถียรธรรมสถานนั้นท่านจำเป็นที่จะต้องเตรียมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวไปเองให้เรียบร้อย อาทิ แปรงฟัน ยาสีฟัน หรือของใช้จำเป็นต่างๆ เพระที่วัดนั้นอาจจะไม่มีของใช้บางอย่างเตรียมไว้ให้ท่าน

เตรียมความพร้อมของจิตใจ

เตรียมความพร้อมของจิตใจ

จุดมุ่งหมายของการไปปฎิบัติธรรมก็ตือการไปทบทวน และปรับจิตใจ ให้ละความวุ่นวายใจทั้งหมดไป ดังนั้นก่อนไปนั้นควรที่จะทำจิตใจให้ว่างเปล่าละทิ้งความเครียด และความวุ่นวายใจทั้งหมดไป เพื่อให้การไปครั้งนี้เกิดผลมากที่สุด

การทำสมาธิ

การทำสมาธิ

ธรรมะคือสิ่งที่ช่วยขัดเกลาจิตใจของคนเราให้เป็นคนดี มีจิตใจที่มั่นคง ไม่ว่อกแวก และหลงเข้าไปสู่เส้นทางแห่งอบายมุข การเริ่มต้นปฎิบัติธรรมง่ายๆ นั้นคือ "การนั่งสมาธิ" ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ปล่อยวางเรื่องราวที่เป็นบ่อเกิดของความทุกข์ทั้งปวงออกไปให้หทดสิ้น เพราะการนั่งสมาธินั้นเปรียบเสมือนเป็นการคุยกับตัวเอง ความสงบจะทำให้เรากิดสติ และสามารถปล่อยวางเรื่องที่หนักอกออกไปได้

ผู้นำสายพระป่า

3 เกจิแห่งยุคที่ผู้คนศรัทธาจนยกขึ้นให้เป็นพระสายกรรมฐาน (วัดป่า)
หลวงปู่ศรี มหาวีโร
หลวงปู่ศรี มหาวีโร
หลวงปู่ศรี มหาวีโร
หลวงปู่แบน ธนากโร
หลวงปู่แบน ธนากโร
หลวงปู่แบน ธนากโร
หลวงปู่ลี กุสลธโร
หลวงปู่ลี กุสลธโร
หลวงปู่ลี กุสลธโร

Happy Customers

Cloud computing subscription model out of the box proactive solution.

"เมื่อจักถือศีลก็ไม่ต้องไปที่ไหนอื่น ถือที่กาย วาจา จิตนี้แหละ วัดก็ดี ป่าก็ดี เป็นอุปกรณ์ที่ให้ความสะดวกแก่การถือเท่านั้น"

Latest Blogs

  • ประวัติวัดท่าซุง วัดเก่าแก่ที่น่าสนใจ และได้รับความสนใจมากที่สุด

    วัดท่าซุง ตั้งอยู่เลขที่ 60 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดในสังกัดของคณะสงมหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2520 วัดแห่งนี้ได้รับการก่อตั้งก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะได้ขึ้นเป็นราชธนานีนานหลายสิบปี โดยคาดว่าก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 1863 โดยมีหลวงพ่อใหญ่เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก เนื่องจากท่านได้ออกธุดงค์มาจนถึงสถานที่แห่งนี้ ท่านจึงได้ปลูกกุฏิที่มุงด้วยหลังคาแฝก ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านมาเป็นวัดในที่สุด เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระองค์ทรงได้เห็นความสำคัญของวัดท่าซุงเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ในสมัยที่ท่านยังเป็นพระราชโอรสอยู่ ทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการทะนุบำรุงอย่างดีเยี่ยม ทำให้วัดในยุคสมัยนั้น ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จนครั้งเมื่อเข้าสู่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงได้มีผู้ที่มาช่วยบูรณะวัดกลับมาอีกครั้งหนึ่งคือ “เจ้าพระยาโกษาธิบดีเหล็ก” จนวัดได้กลับมาเจริญรุ่งเรืองเหมือนก่อน ในขณะนั้นได้มีหลวงพ่อจันเป็นเจ้าอาวาส ทำให้วัดแห่งนี้ได้มีชื่อเรียกใหม่ว่า “วัดจันทาราม” สาเหตุที่ว่าทำไมคนถึงเรียก “วัดท่าซุง” มาจากในสมัยก่อนที่จังหวัดอุทัยธานีนั้น มีพื้นที่ป่ากว้างขวาง ทำให้มีการตัดไม้นำไปใช้ในการก่อสร้าง โดยการขนส่งจะทำโดยการนำมาลงไว้ที่ท่าน้ำเพื่อผูกกันเป็นแพก่อนที่จะลำเลียงไปยังจุดหมายปลายทาง ผ่านเส้นทางแม่นำสะแกกรังซึ่งผ่านทางบริเวณหน้าวัดพอดี ทำให้คนจึงนิยมเรียกขานวัดนี้กันว่าวัดท่าซุง การฟื้นฟูวัดท่าซุง ปี พ.ศ. 2332 จากวัดที่เคยเจริญรุ่งเรืองได้กลายสภาพมาเป็นวัดร้าง ได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งนามว่า “หลวงพ่อใหญ่” ได้เดินทางมาปักกลดที่วัดแห่งนี้ ด้วยความเลื่อมใสของชาวบ้านที่มีต่อหลวงพ่อใหญ่ ทำให้ชาวบ้านทั้งหลายร่วมใจกันขอให้ท่านได้อยู่ประจำที่วัดท่าซุง ซึ่งหลวงพ่อเองก็ได้รับนิมนต์ชาวบ้านเพื่ออยู่เป็นเจ้าอาวาสในวัดแห่งนี้Read more about ประวัติวัดท่าซุง วัดเก่าแก่ที่น่าสนใจ และได้รับความสนใจมากที่สุด[…]

    Read more ประวัติวัดท่าซุง วัดเก่าแก่ที่น่าสนใจ และได้รับความสนใจมากที่สุด

    การเดิน จงกรม 6 ระยะ มี อะไรบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร

    การเดินจงกรมนั้น มีความสำคัญเป็นอับดับสอง เมื่อเทียบกับการนั่งสมาธิที่รองลงมาเป็นอันดับสาม เป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจคนเรารู้สึกสงบ เกิดปัญญา ลดความคิดฟุ้งซ่าน ในการเดินจงกรมมีอยู่หลายระยะ ตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 6 แต่วันนี้เราจะมาดูวิธีการเดินจงกรม 6 ระยะ อันเป็นที่นิยมมากกว่าในการปฏิบัติ ส่วนการที่จะปฏิบัติอย่างไรให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ตัวเรานั้น จะต้องปฏิบัติตามหลักที่ถูกต้องดังนี้

    Read more การเดิน จงกรม 6 ระยะ มี อะไรบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร
  • สมาธิมีกี่ระดับและแบ่งออกเป็นอะไรบ้าง มาดูกัน

    คุณรู้ไหมว่าการทำสมาธินั้นคืออะไร พระพรหมคุณาภรณ์ ได้กล่าวไว้ว่า “การทำสมาธิ” เป็นพื้นฐานของจิตใจที่แน่วแน่ เราสามารถแบ่งสมาธิออกได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ “ขณิกสมาธิ” เป็นสมาธิที่สัมผัสได้เพียงชั่วครู่เดียว เป็นสมาธิพื้นฐานของคนทั่วไป ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้มีสติในการขับรถ สามารถที่จะจดจำตำราหนังสือได้แม่นยำ รวมถึงการประกอบอาชีพต่างๆ คนที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายก็มักจะมีสามารถเข้าถึงการทำสมาธิในขั้นขณิกสมาธิ “อุปจารสมาธิ” เป็นสมาธิขั้นที่ 2 เมื่อผู้ที่สำเร็จสมาธิขั้นนี้จะสามารถมองเห็นนิมิตต่างๆ

    Read more สมาธิมีกี่ระดับและแบ่งออกเป็นอะไรบ้าง มาดูกัน