การเดิน จงกรม 6 ระยะ มี อะไรบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร

การเดินจงกรมนั้น มีความสำคัญเป็นอับดับสอง เมื่อเทียบกับการนั่งสมาธิที่รองลงมาเป็นอันดับสาม เป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจคนเรารู้สึกสงบ เกิดปัญญา ลดความคิดฟุ้งซ่าน ในการเดินจงกรมมีอยู่หลายระยะ ตั้งแต่ระยะที่ 1 ถึงระยะที่ 6 แต่วันนี้เราจะมาดูวิธีการเดินจงกรม 6 ระยะ อันเป็นที่นิยมมากกว่าในการปฏิบัติ ส่วนการที่จะปฏิบัติอย่างไรให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ตัวเรานั้น จะต้องปฏิบัติตามหลักที่ถูกต้องดังนี้

หลักปฏิบัติในการเดินจงกรม

1.ยืนตัวตรง หลังตรง หน้ามองตรง

2.เท้าไม่ชิดหรือห่างเกินไป ควรอยู่ในลักษณะที่พอดี คือไม่ชิด และไม่ห่างเกินไป

3.ทอดสายตาไปห่างจากปลายเท่าประมาณ 4 ศอก โดยเก็บเปลือกตาด้วยการหุบตาลงครึ่งหนึ่ง หากไม่หุบเปลือกตาลงครึ่งหนึ่ง จะทำให้มองเห็นได้ไกลไป ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นให้จิตคิดฟุ้งซ่านได้ง่าย

4.ก่อนเริ่มเดินจะต้อง “เก็บมือไว้ด้านหน้า” ค่อยๆ ยกมือมาผสานไว้ด้านหน้า โดยใช้คำว่า “ยกหนอ” หรือ “เคลื่อนหนอ” แล้วจึงเคลื่อนที่ให้เป็นธรรมชาติที่สุด

5.เวลาปล่อยมือก็เช่นเดียวกัน ให้ค่อยๆ ปล่อยมือออกทีละข้างอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าเก็บมือหรือท่าเก็บมือแบบกอดอก

วิธีการเดินจงกรม 6 ระยะ

ในขณะที่ยืนอยู่ให้ท่องในใจว่ายืนหนอ 3 ครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆ ยกส้นเท้าขึ้นโดยที่ปลายเท้ายังแตะพื้นอยู่ (ยกหนอ) จากนั้นให้ยกเท้าขึ้นออกจากพื้น (ยกหนอ) เคลื่อนไปข้างหน้าโดยที่เท้ายังไม่แตะพื้น (ย่างหนอ) ลดระดับเท้าให้ต่ำลงก่อนแตะพื้น (ลงหนอ) ให้ใช้ปลายเท้าแตะกับพื้นโดยยังไม่ลงส้น (ถูกหนอ) จากนั้นกดส้นเท้าลงกับพื้น (กดหนอ) แล้วจึงทำซ้ำเมื่อเดินก้าวถัดไป ดูตัวอย่างจังหวะการเดินจากด้านล่างนี้

  • 1.ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนเหนอ
  • 2.ยกส้นหนอ ยกหนอ ย่างหนอ ลงหนอ ถูกหนอ กดหนอ (ขยับเท้าซ้าย)
  • 3.ยกส้นหนอ ยกหนอ ย่างหนอ ลงหนอ ถูกหนอ กดหนอ (ขยับเท้าขวา)
  • 4.เมื่อจะหันหลังกลับให้ หยุดหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ กลับหนอ กลับหนอ กลับหนอ หยุดหนอ
  • 5.ทำซ้ำตั้งแต่ขั้นตอนแรกวนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหยุดเดินจงกรม

ความสำคัญของการกำหนดรู้

การกำหนดรู้หรือการท่องในใจ เป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่รู้สึกไขว้เขว้ในขณะเจริญสติ โดยปล่อยให้ความคิดเป็นไปตามธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น อย่างเช่นการใช้คำว่า ยุบหนอ พองหนอ หรือ ยืนหนอ ยกหนอ ฯลฯ ประโยชน์ของการกำหนดรู้แบบนี้คือ

  • 1.ทำให้เกิดสมาธิ
  • 2.ป้องกันไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน
  • 3.ทำให้รู้เท่าทันต่อสิ่งที่ปรากฎ

วิธีควบคุมอารมณ์

เมื่อนั่งสมาธิหรือเดินจงกรมอยู่ เมื่อมีอารมณ์เป็นตัวแทรกเข้ามา จะทำให้จิตของเราเสียการควบคุม ให้หยุดเดินและคิดในใจตามสิ่งที่ปรากฎ เช่น เกิดความง่วงให้คิดว่า “ง่วงหนอๆๆ” รู้สึกเบื่อให้คิดว่า “เบื่อหนอๆๆ” เมื่อจิตเริ่มคิดฟุ้งซ่านให้คิดในใจว่า “ฟุ้งหนอๆๆ” ด้วยการทำแบบนี้จะการบอกทบทวนตัวเองให้มีสติ ไม่ให้หลงไปกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น ช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถกลับมาเจริญสติทำlสมาธิได้อีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อใดที่เกิดอารมณ์ขึ้นอีก ก็ให้ใช้วิธีควบคุมแบบเดิมจัดการ

เดินจงกรมมีประโยชน์อย่างไร

นอกจากในเรื่องของการฝึกสมาธิ หรือเป็นวิธีเจริญสติแล้ว การเดินจงกรมยังมอบประโยชน์ให้อีกหลายอย่างแก่ผู้ที่ปฏิบัติอีกด้วย เช่น

  • 1.การเดินจงกรมช่วยให้ฝึกความอดทนของร่างกาย สามารถเดินทางได้ไกลยิ่งขึ้น
  • 2.มีจิตใจที่อดทนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด
  • 3.เป็นวิธีที่ช่วยให้ย่อยอาหารหลังรับประทาน
  • 4.สมาธิจากการเดินจงกรมสามารถติงอยู่ได้นาน
  • 5.มีสุขภาพจิตและร่างกายที่แข็งแรง