ขึ้นเหนือชื่นชมเจดีย์ชเวดากอง ที่แสนวิจิตตระการตา

‘พระมหาเจดีย์ชเวดากอง’ เป็นทั้งสถานที่มีความสำคัญ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่มีความโดดเด่นของเมืองย่างกุ้ง อันเป็นอดีตเมืองหลวงของพม่า ก่อนจะยกให้เมือง เนปิดอร์ขึ้นเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่แทน ในปี พ.ศ. 2548 โดยมีตำนานโบราณเล่าขานถึงเจดีย์ชเวดากองว่า

แผนที่ไปวัด

ย้อนไปเมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้ว มีพ่อค้าชาวมอญ 2 คน ชื่อว่า ตปุสสะ กับ ภัลลิกะ เกิดความศรัทธาในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ทั้ง 2 จึงได้ขอพระเกศาธาตุจำนวน 8 เส้นจากพระพุทธเจ้า ต่อมาเมื่อทั้ง 2 เดินทางกลับมา จึงสร้างเจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขาตะเกิงแห่งนี้ เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้านับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

โดยจุดเด่นของเจดีย์แห่งนี้คือ มีความสวยงามจากการถูกหุ้มด้วยแผ่นทอง บริเวณยอดประดับด้วยเพชร , ทับทิม , ไพลิน และบุษราคัม โดยข้างในใช้เก็บรักษาพระเกศาธาตุ ตลอดจนเครื่องบริขารของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ไว้ ฐานของเจดีย์ประกอบด้วยด้วย สถูปบริวาร รวมทั้งวิหารต่างๆ มีเรื่องเล่าขานกันมาว่าทองคำที่ห่อหุ้มเจดีย์ชเวดากองเหล่านี้มีจำนวนมากกว่าทองคำ ซึ่งถูกเก็บรักษาอยู่ในธนาคารแห่งชาติของประเทศอังกฤษเสียอีก

นักท่องเที่ยวทั้งชาวพม่าและชาวต่างประเทศ รวมทั้งตากล้องมืออาชีพนิยมถ่ายภาพเจดีย์เวลาช่วงเย็นใกล้ค่ำ เพราะทางวัดจะเปิดไฟส่องไปยังตัวเจดีย์ เมื่อกระทบกับแผ่นทองก็จะก่อเกิดสีงามอร่ามตัดกับท้องฟ้าสลัวในช่วงเวลาพลบค่ำ ถ้ามาในช่วงเวลาพอเหมาะ ผู้มาเยือนสถานที่แห่งนี้ก็จะเห็นภาพหนุ่มสาวชาวพม่าเรียงแถวหน้ากระดาน พร้อมใช้ไม้กวาดช่วยกันกวาดพื้นทำความสะอาดกันอย่างพร้อมเพรียง นับเป็นภาพอันน่าประทับใจ น่าเอาเป็นแบบอย่างจริงๆ

เมื่อพูดถึงการไปเยือนพม่าแล้ว สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ว่าใครๆก็ต้องเคยได้ยินชื่อ นั่นก็คือ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพม่า อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพม่าอย่างเหนียวแน่น มีความยิ่งใหญ่อันสุดแสนอลังการ มีความสูงถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต อันเกิดจากแรงใจของชาวพม่า ร่วมกันบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างให้สูงขึ้นเรื่อยๆ นักเดินทางที่มาเยือนพม่า นอกจากจะมาชื่นชมความงดงามแล้ว ก็มักจะไปนั่งสวดมนต์ทำจิตใจให้สงบ พร้อมตั้งจิตอธิษฐานและกราบขอพรต่อมหาเจดีย์ ณ ลานสัมฤทธิผล ซึ่งมีความเชื่อว่าจะประสบผลตามปรารถนา ตามด้วยการสรงน้ำพระประจำวันเกิด ที่ และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์

การเดินทางจากเมืองไทยสามารถโดยสารเครื่องบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสนามบินเชียงใหม่ มาลงสนามบินมิงกะลาดง อยู่ห่างจากตัวเมืองย่างกุ้ง 19 กิโลเมตร