สมาธิมีกี่ระดับและแบ่งออกเป็นอะไรบ้าง มาดูกัน

คุณรู้ไหมว่าการทำสมาธินั้นคืออะไร พระพรหมคุณาภรณ์ ได้กล่าวไว้ว่า “การทำสมาธิ” เป็นพื้นฐานของจิตใจที่แน่วแน่ เราสามารถแบ่งสมาธิออกได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ “ขณิกสมาธิ” เป็นสมาธิที่สัมผัสได้เพียงชั่วครู่เดียว เป็นสมาธิพื้นฐานของคนทั่วไป ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้มีสติในการขับรถ สามารถที่จะจดจำตำราหนังสือได้แม่นยำ รวมถึงการประกอบอาชีพต่างๆ คนที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายก็มักจะมีสามารถเข้าถึงการทำสมาธิในขั้นขณิกสมาธิ “อุปจารสมาธิ” เป็นสมาธิขั้นที่ 2 เมื่อผู้ที่สำเร็จสมาธิขั้นนี้จะสามารถมองเห็นนิมิตต่างๆ

ขั้นสุดท้ายคือ “อัปปนาสมาธิ” เป็นการทำสมาธิขั้นสูงสุดของมนุษย์ สามารถเข้าถึงณานได้อย่างท่องแท้ การจะบรรลุให้ถึงขั้นนี้ได้ จะต้องรักษาอุปจารสมาธิที่มีเอาไว้จนกว่าจะกลายเป็นอัปปนาสมาธิ กล่าวกันว่าสามารถที่จะพาเราหลบหนีไปจากโลกของอารมณ์ ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ ช่วยให้เรารู้แจ้งในหลายสิ่งอย่าง ที่แม้แต่วิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถอธิบายได้ สามารถนั่งอยู่นิ่งสงบได้โดยไม่ต้องหายใจ รักษาโรคร้ายให้หมดไป

การทำสมาธิในระดับสากล

สมาธิ
สมาธิมีกี่ระดับ

วัฒนธรรมต่างประเทศก็มีการทำสมาธิคล้ายๆกัน นั่นก็เพราะว่าการทำสมาธินั้นได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเชื่อว่าเป็นส่วนสำคัญในคำสอนของทุกศาสนา ในด้านวิทยาศาสตร์ก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน มีการศึกษามากมายว่าคนที่ฝึกสมาธิ จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกว่าคนทั่วไป เช่น ช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรง ปรับสมดุลความดันโลหิต บรรเทาอากาศเครียด ช่วยลดอาการซึมเศร้า หรือ สมาธิสั้น  ในด้านของจิตใจก็มีประโยชน์ไม่พอกัน เมื่อเราปรับสมดุลของลมหายใจได้ ก็จะเกิดความสุขกายสุขใจ เป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากที่อื่น นอกจากการปฏิบัติตน

หลายคนเชื่อว่าการทำสมาธินั้น จะนำพาซึ่งสันติสุข การทำสมาธิมีอยู่หลากหลายวิธี ในแต่ละวิธีก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจรู้สึกได้ถึงบางอย่าง ในขณะที่บางคนไม่อาจเข้าถึงได้ ดังนั้นควรทำการศึกษาการทำสมาธิก่อนที่จะเร่าลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ยกตัวอย่างเช่นการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวของ “หลวงพ่อเทียน” ที่สามารถทำตามได้ดังนี้

1.นั่งทำตัวตามสบาย นำมือไปวางที่หน้าขาทั้งสองข้าง

2.พลิกมือขวาตะแคงขึ้นช้าๆ

3.ยกมือขวาขึ้นในระดับหัวไหล่

4.เลื่อนมือขวาแนบไว้ที่สะดือ ค้างเอาไว้ ทำเช่นเดียวกันที่มือข้างซ้าย

5.จากนั้นเลื่อนมือขวาขึ้นทาบที่หน้าอกช้าๆ

6.เลื่อนมือขวาออกมาด้านหน้าระดับหัวไหล่แล้วหยุดนิ่ง

7.ลดมือขวาลงวางที่หน้าขาโดยตะแคงไว้

8.จากนั้นคว่ำมือขวาลว วางลงบนหน้าขา ทำเช่นเดียวกับที่มือข้างซ้าย