This Theme Supports a Custom FrontPage

วัตถุประสงค์ การทำบุญตักบาตร คืออะไรกันแน่

วัตถุประสงค์ การทำบุญตักบาตร คืออะไรกันแน่

พุทธศาสนิกชนหลายคนต้องบอกว่า แม้จะเป็นชาวพุทธเหมือนกันแต่การตีความเกี่ยวกับการเป็นพุทธบริษัทที่ดีนั่นไม่เหมือนกัน รวมถึงกิจกรรมบางอย่างเราเองก็ตีความแตกต่างกันออกไปซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่มีถูกผิดมันเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลแต่บางอย่างก็เหมือนจะผิดจากแก่นเดิมของมันไปไกลโขทีเดียว อย่างเรื่องง่ายอย่าง การทำบุญตักบาตร วัตถุประสงค์มันคืออะไรกันแน่ เรามาไขความกระจ่างไปพร้อมกัน การทำบุญตักบาตร คืออะไร การทำบุญตักบาตร หากจะยึดตามหลักพุทธศาสนาก็จะเข้าเกณฑ์หนึ่งในการทำบุญที่เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ 10 (แปละว่า สิ่งอันเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ 10 ประการ) การทำบุญตักบาตร จะตรงกับข้อแรกนั่นก็คือ ทานมัย ที่แปลว่าการให้ทาน การเสียสละ แบ่งปันสิ่งที่ตนมีให้กับผู้อื่น การตักบาตรคือการหล่อเลี้ยงพุทธศาสนา การทำบุญตักบาตรไม่เพียงแต่จะเป็นการทำตามคำสอนในเรื่องดังกล่าวแล้ว การตักบาตรยังเป็นการหล่อเลี้ยงพุทธศาสนาให้ดำเนินต่อไปได้อีกรูปแบบหนึ่งกล่าวคือ พระสงฆ์จะมีข้อห้ามเรื่องการเก็บอาหารค้างคืน นั่นทำให้พระสงฆ์จะต้องออกบิณฑบาตทุกเช้า เพื่อหาอาหารมายังชีพและดำเนินกิจกรรมทางศาสนาต่อไป หากเราไม่ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ท่านก็ดำเนินกิจกรรมต่อไปไม่ได้ (ไม่มีอาหารฉัน) องค์ประกอบของการทำบุญตักบาตร การทำบุญตักบาตรนั้น มีองค์ประกอบด้วยกัน 3 อย่างก็คือ หนึ่งผู้ตักบาตร(เรา) จะต้องทำบุญตักบาตรด้วยจิตใจอันเป็นบริสุทธิ์ มีจิตใจตั้งมั่นที่ดี ที่ต้องการจะใส่บาตร อยากจะให้ อยากจะทำบุญอย่างแท้จริง ต้องมีจิตใจตั้งแต่ก่อนให้ ขณะให้และ หลังให้บริสุทธิ์ ถึงจะทำให้การทำบุญสัมฤทธิ์ผล สองวัตถุที่นำมาทำบุญตักบาตรนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่ได้มาอย่างบริสุทธิ์ ไม่ไปลักขโมยเข้ามา และสิ่งนั้นจะต้องไม่ใช่สิ่งของที่ทำให้พระผิดศีลได้อย่างเช่น เหล้า ยา บุหรี่เป็นต้น ส่วนอาหารที่จะเอามาตักบาตรนั้นแบ่งออกเป็นสองอย่างคือ อาหารสดRead more about วัตถุประสงค์ การทำบุญตักบาตร คืออะไรกันแน่[…]

ประวัติวัดท่าซุง วัดเก่าแก่ที่น่าสนใจ และได้รับความสนใจมากที่สุด

ประวัติวัดท่าซุง วัดเก่าแก่ที่น่าสนใจ และได้รับความสนใจมากที่สุด

วัดท่าซุง ตั้งอยู่เลขที่ 60 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดในสังกัดของคณะสงมหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2520 วัดแห่งนี้ได้รับการก่อตั้งก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะได้ขึ้นเป็นราชธนานีนานหลายสิบปี โดยคาดว่าก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 1863 โดยมีหลวงพ่อใหญ่เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก เนื่องจากท่านได้ออกธุดงค์มาจนถึงสถานที่แห่งนี้ ท่านจึงได้ปลูกกุฏิที่มุงด้วยหลังคาแฝก ก่อนที่จะเปลี่ยนผ่านมาเป็นวัดในที่สุด เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระองค์ทรงได้เห็นความสำคัญของวัดท่าซุงเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ในสมัยที่ท่านยังเป็นพระราชโอรสอยู่ ทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการทะนุบำรุงอย่างดีเยี่ยม ทำให้วัดในยุคสมัยนั้น ได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จนครั้งเมื่อเข้าสู่รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงได้มีผู้ที่มาช่วยบูรณะวัดกลับมาอีกครั้งหนึ่งคือ “เจ้าพระยาโกษาธิบดีเหล็ก” จนวัดได้กลับมาเจริญรุ่งเรืองเหมือนก่อน ในขณะนั้นได้มีหลวงพ่อจันเป็นเจ้าอาวาส ทำให้วัดแห่งนี้ได้มีชื่อเรียกใหม่ว่า “วัดจันทาราม” สาเหตุที่ว่าทำไมคนถึงเรียก “วัดท่าซุง” มาจากในสมัยก่อนที่จังหวัดอุทัยธานีนั้น มีพื้นที่ป่ากว้างขวาง ทำให้มีการตัดไม้นำไปใช้ในการก่อสร้าง โดยการขนส่งจะทำโดยการนำมาลงไว้ที่ท่าน้ำเพื่อผูกกันเป็นแพก่อนที่จะลำเลียงไปยังจุดหมายปลายทาง ผ่านเส้นทางแม่นำสะแกกรังซึ่งผ่านทางบริเวณหน้าวัดพอดี ทำให้คนจึงนิยมเรียกขานวัดนี้กันว่าวัดท่าซุง การฟื้นฟูวัดท่าซุง ปี พ.ศ. 2332 จากวัดที่เคยเจริญรุ่งเรืองได้กลายสภาพมาเป็นวัดร้าง ได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งนามว่า “หลวงพ่อใหญ่” ได้เดินทางมาปักกลดที่วัดแห่งนี้ ด้วยความเลื่อมใสของชาวบ้านที่มีต่อหลวงพ่อใหญ่ ทำให้ชาวบ้านทั้งหลายร่วมใจกันขอให้ท่านได้อยู่ประจำที่วัดท่าซุง ซึ่งหลวงพ่อเองก็ได้รับนิมนต์ชาวบ้านเพื่ออยู่เป็นเจ้าอาวาสในวัดแห่งนี้Read more about ประวัติวัดท่าซุง วัดเก่าแก่ที่น่าสนใจ และได้รับความสนใจมากที่สุด[…]

‘วัดภูเขาแก้ว’ อีกหนึ่งวัดที่น่าสนใจในจังหวัดอุบลที่ห้ามพลาด

‘วัดภูเขาแก้ว’ อีกหนึ่งวัดที่น่าสนใจในจังหวัดอุบลที่ห้ามพลาด

วัดภูเขาแก้ว เป็นวัดป่าที่อยู่ภายใต้สังกัดนิกายเถรวาท ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2480 โดย พระอาจารย์ดี ฉนฺโน ท่านเป็นลูกศิษย์องค์สำคัญของพระครูวิเวกพุทธกิจ และ พระครูวินัยธรมั่น ภูริทตฺโต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี 44 กิโลเมตร Read more about ‘วัดภูเขาแก้ว’ อีกหนึ่งวัดที่น่าสนใจในจังหวัดอุบลที่ห้ามพลาด